การใช้งาน “ใบขนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์” (e-Customs Clearance) ในปัจจุบันเป็นกระบวนการไร้เอกสาร (Paperless) เต็มรูปแบบ โดยทำงานร่วมกับระบบ Thai National Single Window (NSW) ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงาน โดยระบบนี้ตัวแทนออกของ (Customs Broker) ทุกคนจะต้องลงทะเบียนในระบบ Customs Trader Portal ของกรมศุลกากร ดังนั้น ผู้นำเข้า-ส่งออกควรเลือกใช้ตัวแทยออกของ (Customs Broker) เป็นผู้ดำเนินการดีย์ข้อมูลเอกสารนำเข้า-ส่งออกส่งกรมศุลกากรเพื่อความถูกต้อง อย่างไรก็ตามผู้นำเข้า-ส่งออก สามารถใช้สิทธฺิ์ในระบบนี้เพื่อ “เพิ่ม/ลด” ตัวแทนออกของ ที่เราว่าจ้างได้
ขั้นตอนหลักในการใช้งานระบบ
- ลงทะเบียนผู้ประกอบการผ่านระบบ Customs Trader Portal ของกรมศุลกากร
- จัดหาใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate/CA) สำหรับใช้ลงลายมือชื่อดิจิทัล
จัดทำและส่งข้อมูลใบขนสินค้า
- จัดทำข้อมูลใบขนสินค้าตามมาตรฐานที่กรมศุลกากรกำหนด
- ส่งข้อมูลผ่านระบบตัวแทนออกของ (Customs Broker) หรือซอฟต์แวร์ที่เชื่อมต่อกับระบบ Thai National Single Window
- ระบบจะตรวจความถูกต้องของข้อมูลอัตโนมัติ
- เมื่อข้อมูลถูกต้องระบบจะออกเลขที่ใบขนสินค้าให้ทันที
- ชำระค่าภาษีอากรและค่าธรรมเนียมผ่านระบบ e-Payment ของธนาคารที่ร่วมโครงการ
ขั้นตอนการจัดหา ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate/CA)
ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate/CA) เปรียบเสมือน “ตรายางและลายเซ็นดิจิทัล” ของนิติบุคล เพื่อใช้ยืนยันตัวตนและความถูกต้องของข้อมูลใบขนสินค้าที่ส่งเข้าสู่ระบบศุลกากรซึ่งตัวแทนออกของ (Customs Broker) ที่บริษัทเลือกใช้สามารถจัดหาหน่วยงานที่ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์
ผู้ประกอบการต้องเตรียมเอกสารตัวจริงและสำเนาพร้อมเซ็นชื่อกำกับพร้อมประทับตราบริษัท ดังนี้
- ใบคำขอออกใบรับรองอิเล็คทรอนิกส์ (Digital Certificate/CA)
- หนังสือรับรองนิติบุคคลอายุไม่ควรเกิน 3 เดือน,
- สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 20) หรือ ใบทะเบียนพาณิชย์
- สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรองนิติบุคคล
- กรณีมอบอำนาจ ต้องมีหนังสือมอบอำนาจต้องติดอากรแสตมป์ 10 บาท หรือ 30 บาท (มอบให้ทำแทนมากกว่า 1 กิจกรรม
ขั้นตอนการดำเนินการยื่นคำขอ
👉🏻(หมายเหตุ) ขั้นตอนต่อท้ายนี้สามารถมอบอำนาจให้เป็นหน้าที่ของ Customs Broker ที่เลือกใช้บริการเป็นผู้ดำเนินการแทนได้)
- ลงทะเบียนออนไลน์ที่เว็บไซต์ของผู้ออกหนังสือรับรอง CA ควรเลือกแพ็กเกจอายุใช้งาน 2 ปี
- ชำระค่าบริการผ่านช่่องทางที่ระบุ
- นำส่งเอกสารหลังฐานพร้อมหลักฐานการชำระเงินไปยังสำนักงานของผู้ให้บริการ CA
- ผู้ประกอบการจะได้รับรหัสผ่านทางอีเมล์ หรือได้อุปกรณ์ USB Token (e-Token) ส่งมาทางไปรษณีย์ เพื่อใช้ส่งข้อมูลศุลกากร
ขั้นตอนหลังจากได้ CA
- ลงทะเบียนยืนยันตัวตนในระบบ Customs Trader Portal ของกรมศุลกากร
- ลงทะเบียนเปิดสิทธิ์ใช้งานระบบศูนย์กลางข้อมูลที่เว็บไซต์ Thai National Single Window เพื่อให้สามารถส่งเอกสารข้ามหน่วยงาน
เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมเข้าระบบ (ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์)
- Commercial Invoice (บัญชีราคาสินค้า)
- Packing List (บัญชีบรรจุหีบห่อ)
- Bill of Lading (B/L)/Air Waybill (AWB) (ใบตราส่งสินค้า)
- Certificate of Origin (หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า) เพื่อใช้สิทธฺิลดหย่อนภาษี
- Permit/License (ใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออก สำหรับสินค้าควบคุมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- การตรวจสอบสินค้าควบคุมที่ต้องขอใบอนุญาต (e-Licensing)
- สินค้าหลายประเภทเป็น “สินค้าควบคุม” ที่ต้องได้ใบอนุญาตจากหน่วยราชการที่เกี่ยข้องก่อนจึงจะสามารถนำเข้าหรือส่งออกได้ โดยใบอนุญาตเหล่านี้จะถูกส่งเข้าสูระบบ (National Single Window (NSW) เพื่อผูกเข้ากับใบขนสินค้า ตัวอย่างสินค้าและหน่วยงานที่ต้องอนุญาต เช่น
- อาหาร, ยา, เครื่องสำอาง, เครื่องมือแพทย์ – สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
- พืช, ปุ๋ย, เมล็ดพันธุ์, สัตว์เลี้ยง, เนื้อสัตว์ – กรมวิชาการเกษตร หรือกรมปศุสัตว์
- สารเคมี, วัตถุอันตราย, ชิ้น่ส่วนเครื่องจักร – กรมโรงงานอุตสาหกรรม
- สินค้าอุตสาหกรรมทั่วไปที่มีมาตรฐานบังคับ – สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
